เรื่องเล่าจากห้องสมุดมารวย ตอน...หนึ่งวันเบา ๆ กับหนังสือดีๆ ที่ Esplanade
โดย ลังถึงนึ่งซาลาเปา  
lungthung@hotmail.com  

วันก่อนลังถึงได้มีโอกาสไปใช้บริการที่ห้องสมุดมารวยสาขา Esplanade กะว่าจะไปนั่งตากแอร์ทำงาน พลางจิบกาแฟอุ่น ๆ จากร้าน SETtrade เสียหน่อย เพื่อน ๆ ของลังถึงชอบถามว่าทำไมถึงต้องออกไปหาที่นั่งทำงานข้างนอกด้วย นั่งทำงานอยู่บ้านน่าจะสบายกว่า ก็การออกไปนั่งมองคนโน้นคนนี้เค้าทำกิจกรรมกัน มันเป็นงานอดิเรกที่แสนจะโปรดปรานของลังถึงน่ะสิคะ

วันนั้นลังถึงกำลังนั่งใช้ Wi-Fi อินเตอร์เน็ทหาข้อมูลอยู่ พลางก็สอดส่ายสายตามองโต๊ะรอบ ๆ มีคนมานั่งอ่านหนังสือกันเต็มไปหมด ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มวัยรุ่น บางคนก็พาคุณพ่อ คุณแม่มา สงสัยกำลังรอรอบหนังกันอยู่ โน่นก็มีนักศึกษามานั่งทำรายงานเป็นกลุ่มใหญ่ หันมาอีกทางก็มีคนมาใช้บริการอินเตอร์เน็ท ลังถึงนั่งมองไปรอบ ๆ พลางคิดถึงกิจวัตรประจำวันของแต่ละคน พลันก็ได้ยินเสียงจากโต๊ะที่เยื้องไปทางด้านหลัง ลังถึงก็เลยหันไปมอง เห็นคุณแม่กำลังนั่งสอนการบ้านลูกชายอยู่อย่างขะมักเขม้น หนุ่มน้อยหน้าตาน่ารักมากท่าทางตั้งใจเรียนด้วย ลังถึงเลยนั่งมองเพลินเลย อ้าว...พ่อหนูเริ่มหาวซะแล้ว ก็แหม..อย่างว่า ตรงนี้มีทั้งร้านเกม อินเตอร์เน็ท หนังสือนิทานภาพสวย ๆ เต็มไปหมด หนูน้อยก็คงตั้งใจเรียนได้ไม่นานหรอก ก็ของยั่วกิเลสมันเยอะเหลือเกิน แต่คุณแม่ก็ยังสอน สอน สอน สอน สอนไม่หยุด หนุ่มน้อยก็วอกแวกหันไปหันมาสบตากับลังถึงที่กำลังมองอยู่เข้าพอดี แล้วก็ส่งสายตาละห้อยให้ สงสัยคงเบื่อแน่ ๆ  ลังถึงเลยต้องรีบลุกเดินขึ้นไปหยิบหนังสือมาอ่าน เพราะกลัวว่าจะอดใจไม่ไหวเข้าไปบอกให้คุณแม่หยุดสอน แล้วปล่อยลูกไปเล่น แต่สายตาของพ่อหนูน้อยก็มองตามลังถึงไม่กระพริบ ก็แหม...ทางที่ลังถึงเดินไปน่ะ มีแต่หนังสือนิทานสวย ๆ  ทั้งนั้นเลยน่ะสิคะ
ลังถึงเดินดูหนังสืออยู่หลายหมวดแล้วก็ไปสะดุดตาเข้ากับหนังสือเล่มหนึ่งชื่อ “อัจฉริยะสร้างได้” ของคุณวนิษา เรซ ตอนนี้กระแสอัจฉริยะกำลังมาแรง เรียกว่า Fever เลยก็ได้ หนังสือเล่มนี้มีเนื้อหาที่ดีมาก พูดถึงการทำงานของสมอง อัจฉริยภาพด้านต่าง ๆ และที่สำคัญหนังสือเล่มนี้อ่านง่าย เป็นเนื้อหาสาระที่มีประโยชน์ แต่กลับอ่านสนุกได้อย่างไม่น่าเชื่อ
ลังถึงยืนพลิกหนังสือดูอยู่สักพัก พลางก็นึกถึงพ่อแม่หลายคนที่อยากสอนลูกให้เป็นอัจฉริยะ แต่ด้วยความเข้าใจอะไรผิด ๆ พ่อแม่บางรายบีบคั้นลูกมากจนเป็นโรคเครียด ลังถึงอยากจะหยิบหนังสือเล่มนี้ไปให้คุณแม่ของหนุ่มน้อยคนนั้นอ่านเสียจริง
ช่วงหนึ่งกระแส Mozart Effect มาแรง เชื่อกันว่าเด็ก ๆ ที่ได้ฟังเพลงของ Mozart จะฉลาด สมองแจ่มใส มีพัฒนาการดี หลายคนนำผลของงานวิจัยมาใช้กับลูกหลาน ก็เห็นผลในทางบวกจริง ๆ จนกระแสนี้โด่งดังไปทั่วโลก รวมถึงในเมืองไทยด้วย แต่ก็ยังไม่วายมีคนบางกลุ่มที่ไม่ได้ศึกษางานวิจัยอย่างจริงจัง ได้ยินแค่ว่าเพลงของ Mozart ก็หยิบเอามาเปิดให้เด็ก ๆ  ฟัง ท่านแต่งเพลงมาเป็นร้อย ๆ พัน ๆเพลง แล้วเพลงไหนล่ะ ที่ฟังแล้วดี ด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ก็ดันไปหยิบเอาเพลงงานศพมาเปิดให้ลูกฟัง ทำเอาผลงานวิจัยชิ้นต่อมาระบุว่ามีเด็กเป็นโรคซึมเศร้ามาขึ้นไปอีก พอลังถึงได้อ่านข่าวนี้ก็รู้สึกสลดใจ หนังสือดีๆ  เนื้อหาดีๆ มีอยู่มาก แต่ก่อนที่จะนำไปใช้ก็ต้องดูให้ดี ไม่ใช่ฟังมาแค่คร่าว ๆ แล้วจะนำไปใช้ให้ลูกเป็นอัจฉริยะเลยก็คงไม่ได้ ต้องพัฒนาฝึกกันแบบค่อยเป็นค่อยไป ในหนังสือ “อัจฉริยะสร้างได้” นี้ก็พูดถึงหลายเทคนิคที่จะใช้ในการฝึกสมอง ฝึกความเป็นอัจฉริยะ และแน่นอนฝึกได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ยกตัวอย่างเช่น การเคี้ยวอาหารให้ละเอียด เคยคิดไหมคะว่าเป็นวิธีฝึกความเป็นอัจฉริยะอย่างหนึ่ง การเล่าเรื่องขำขัน การฝึกวาดวงกลมก็เป็นการฝึกได้เหมือนกัน แต่จะเป็นการฝึกอัจฉริยะทางด้านไหนนั้น คงต้องไปหาอ่านในหนังสือกันเอง เพราะลังถึงนำมาเล่าไว้ได้ไม่หมด
รู้สึกตัวอีกทีลังถึงก็ยืนอ่านหนังสือไปได้ตั้งครึ่งเล่มแล้ว ถ้าไม่ติดว่าเริ่มจะเมื่อยขา คงยืนอ่านรวดเดียวจนจบเลย ลังถึงเลยหยิบหนังสือเดินกลับไปนั่งอ่านต่อที่โต๊ะ แน่ะ พ่อหนูน้อยก็ยังมองลังถึงไม่วางตา หลงเสน่ห์ของลังถึงหรือเปล่าก็ไม่รู้ พอลังถึงนั่งอ่านหนังสือจนเกือบจะจบ ก็ได้เวลาคุณแม่พาหนุ่มน้อยกลับบ้านพอดี แน่นอนหนุ่มคนนี้ก็ยังมองลังถึงไม่วางตา แต่เอ๊ะ พอสังเกตดี ๆ  สายตาของหนุ่มน้อยไม่ได้จับจ้องที่ใบหน้าอันสวยงามของลังถึงนี่นา แต่กลับมองไปบนโต๊ะ ด้วยความสงสัยลังถึงรีบมองตามสายตาของหนุ่มน้อยไปทันที และสิ่งที่ลังถึงเห็นก็ถึงกับทำให้อึ้ง เพราะไอ้ของที่วางอยู่ตรงนั้นก็คือ...........ทาโกะยากิ ที่ลังถึงกะจะซื้อมาเป็นอาหารกลางวันนั่นเอง...โธ่…

.......ที่แท้ก็หิวหรอกหรือเนี่ย.......

1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9